รู้ทุกเรื่องจัดฟัน ราคาเท่าไหร่
แพงไหมสำหรับคนเริ่มจัดฟันครั้งแรก

รู้ทุกเรื่องจัดฟัน
ใช้เงินเท่าไหร่
แพงไหมสำหรับคนเริ่มจัดฟันครั้งแรก

จัดฟัน
คนที่สนใจจะจัดฟันครั้งแรก ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง บทความนี้จะมาให้ทุกความรู้เกี่ยวกับการจัดฟัน สิ่งที่ต้องรู้เมื่อต้องเริ่มจัดฟัน และรูปแบบการจัดฟันต่าง ๆ ที่เหมาะกับเรา ให้คนที่สนใจจัดฟันได้นำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการเริ่มต้นจัดฟันครั้งแรก เพื่อให้เรามีรอยยิ้มที่สวยตามความต้องการ

ทำไมเราต้องจัดฟัน?

ทำไมเราถึงต้องจัดฟัน? ทำฟันเพราะอยากให้ฟันสวยอย่างเดียวได้ไหม? หรือคนที่กำลังมีปัญหาฟันห่าง ฟันบนยื่น หรือฟันล่างยื่นมากกว่าปกติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการรับประทานอาหาร และการทำกิจกรรมอื่น ๆ อย่างการพูด ยิ้ม ทำให้เกิดปัญหากวนใจ หรือผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคตนั้น การจัดฟันจะช่วยได้ไหม? มาดู 3 ปัญหาหลัก ที่คนมีปัญหาฟันจนต้องจัดฟันต้องเจอ
• มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน สาเหตุที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจัดฟัน คือผู้ที่มีปัญหาฟันรูปแบบต่างๆ เป็นสิ่งแรกที่คนจัดฟันส่วนใหญ่จะเลือกทำ เพราะช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับฟันได้โดยตรง ซึ่งจะต้องได้รับการประเมินโดยทันตแพทย์ว่าควรจะทำการทำฟันหรือไม่ ซึ่งแต่ละคนอาจจะใช้ระยะเวลาในการทำฟันที่ไม่เท่ากัน บางคน 3 ปี บางคน 4 ปี
• ขาดความมั่นใจ สาเหตุที่น่าสนใจในการเลือกทำฟันนั้น สิ่งแรกที่คนจัดฟันส่วนใหญ่จะเลือกทำ เพราะต้องการเพิ่มความมั่นใจ และสร้างบุคลิกภาพให้มีความน่าเชื่อถือ ต้องการรอยยิ้มที่สวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ อย่างเป็นผู้นำองค์กร สายงานบันเทิง หรือตำแหน่งงานอื่น ๆ ที่ทำอยู่ ที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ การจัดฟันอีกหนึ่งทางเลือกของการสร้างรอยยิ้มให้สวยงาม

• มีสิ่งสกปรกสะสมมากเกินไป
เชื่อได้ว่ามีคนที่ยังไม่เคยทำฟันจะต้องพบเจอทุกครั้ง เมื่อไปตรวจฟันหรือว่าไปทำการรักษาฟันในรูปแบบอื่น และทันตแพทย์จะบอกว่าฟันของคุณไม่สะอาดมีการสะสมสิ่งสกปรกจากเศษอาหาร หรือแบคทีเรียที่มากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับฟันในด้านอื่น ๆ ตามมาได้ เพราะฉะนั้นการทำฟันก็จะช่วยเพิ่มความเป็นระเบียบและลดการสะสมสิ่งสกปรกเหล่านี้ได้

การจัดฟันมีกี่แบบ?

สำหรับคนที่สนใจการจัดฟันครั้งแรก เพื่อแก้ไขปัญหาของฟันไม่ว่าจะเป็น ฟันห่าง ฟันล่างยื่น ฟันบนยื่น ฟันสบกัน ฟันกัดคร่อม ฟันกัดเบี้ยว ฟันซ้อน หรือแค่อยากให้ฟันเรียงตัวสวย การเลือกจัดฟันนับเป็นวิธีการที่ดีที่สุด โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่จะรู้จักแต่การจัดฟันแบบเหล็กหรือโลหะเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีการจัดฟันรูปแบบอื่น เพื่อตอบโจทย์หลากหลายเงื่อนไขของการจัดฟันของแต่ละคน มาเช็กด้วยกันเลยว่ามีอะไรบ้าง แบบไหนที่เหมาะกับเราที่สุด

จัดฟันแบบโลหะ

เป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่าประเภทอื่น ๆ และยังสามารถเปลี่ยนสียางได้ทุกเดือนเหมาะสำหรับคนที่สนุกไปกับการเปลี่ยนสียาง คนงบน้อยก็สามารถจัดฟัน และมีฟันที่เรียงตัวสวยได้

อ่านเพิ่มเติม>> จัดฟันโลหะ

จัดฟันแบบดามอน

สำหรับคนที่ต้องการจัดฟันแบบรวดเร็วใช้เวลาในการจัดไม่นานควรจะเลือกแบบดามอนจะดีที่สุด เพราะมีโครงสำหรับการจัดฟันโดยเฉพาะไม่ต้องใช้ยาง อีกทั้งยังเลื่อนรูปฟันได้รวดเร็วกว่า ไม่ต้องเข้าพบทันตแพทย์บ่อยเป็นประจำทุกเดือน จึงมีราคาที่สูงกว่า เหมาะกับคนวัยทำงาน ที่ไม่ค่อยมีเวลามาพบทันตแพทย์ และต้องการติดเครื่องมือจัดฟันสีสุภาพ เรียบหรู

อ่านเพิ่มเติม>> จัดฟันแบบดามอน (Damon Braces)

จัดฟันแบบเซรามิก

สำหรับการจัดฟันรูปแบบเซรามิกนี้มีความคล้ายกับการจัดฟันแบบโลหะ แตกต่างตรงเครื่องมือจะมีสีเหมือนฟันทำให้สามารถสังเกตได้ยากว่าจัดฟันอยู่ เหมาะกับคนที่ไม่อยากให้เห็นเหล็กจัดฟันมากนัก และยังมีราคาที่แพงกว่าจัดฟันแบบโลหะ เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการติดตั้งเครื่องมือจัดฟัน ต้องเข้ามาปรับเครื่องมือทุกเดือน

อ่านเพิ่มเติม>> จัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic Braces)

จัดฟันแบบ AOSC

การจัดฟันแบบ AOSC เป็นเครื่องมือจัดฟันเฉพาะที่ช่วยเพิ่มความไวในการเคลื่อนฟัน ด้วยยางแบบสองชั้น จึงเหมาะกับวัยรุ่น หรือคนที่ชอบสียางสองสี สนุกไปกับการเลือกสียางเมื่อเข้ามาปรับเครื่องมือ และเหมาะกับคนที่มีเคสปัญหาฟันซับซ้อน ราคาจึงสูงกว่าจัดฟันแบบโลหะเล็กน้อย

อ่านเพิ่มเติม>> จัดฟัน AOSC

จัดฟันแบบใส (Invisalign)

การจัดฟันแบบใส (Invisalign) เป็นรูปแบบการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจาก ดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือคนที่มีอาชีพที่เน้นภาพลักษณ์ของรอยยิ้ม การจัดฟันแบบใสจึงมีราคาสูงกว่าประเภทการจัดฟันแบบอื่น ๆ เนื่องจากวิธีการจัดฟันนั้นจะต้องสแกนและเอกซเรย์ฟันเพื่อพิมพ์แบบจัดฟันโดยเฉพาะ อีกทั้งเครื่องมือจัดฟันแผ่นใสต้องนำเข้าจากต่างประเทศทำให้มีราคาสูง และสามารถถอดเครื่องมือออกได้ตามความต้องการ

อ่านเพิ่มเติม>> จัดฟันแบบใส (Invisalign)

จัดฟันครั้งแรกต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่?

สำหรับคนที่จะเริ่มจัดฟันได้เลือกรูปแบบที่ต้องการได้แล้ว มาดูกันว่าสิ่งที่คนจัดฟันครั้งแรกต้องทำต่อมาคือการเตรียมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดฟัน เพราะการจัดฟันนั้นไม่ได้มีค่าใช้จ่ายในช่วงที่ต้องเปลี่ยนยางทุกเดือนหรือในช่วงติดตั้งเครื่องมือเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจะเริ่มขึ้นตั้งแต่คนไข้ตกลงที่จะจัดฟันและเริ่มเคลียร์ช่องปาก ดังนี้

การจ่ายครั้งที่ 1 การตรวจสุขภาพฟัน

สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพฟันเพื่อเตรียมเคลียร์ช่องปากของแต่คนจะไม่เท่ากัน โดยทางทันตแพทย์จะต้องทำการตรวจเช็กสภาพช่องปากของคนไข้ เช่น การเอกซเรย์ การอุดฟัน การขูดหินปูน การถอนฟัน การพิมพ์ฟัน เป็นต้น โดยปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 ถึง 2,500 บาท หรือขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นจากคลินิกทันตกรรม

การจ่ายครั้งที่ 2 การเคลียร์ช่องปาก

จากการตรวจสภาพช่องปาก คนไข้ก็จะทราบได้เลยว่ามีส่วนไหนจะต้องรักษาก่อนเริ่มจัดฟันบ้าง เราก็จะสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ โดยการรักษาที่ PLUS Dental Clinic จะสามารถทยอยทำตามงบประมาณได้เลย ในบางเคสอาจจะมีการจัดฟันร่วมการถอนฟันก็จะอยู่ที่ซี่ละ 500-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่าย การขูดหินปูนเริ่มต้นที่ 800-1,500 บาท การอุดฟันเริ่มที่ซี่ละ 500 บาท หรือการเคลียร์ช่องปากในรูปแบบอื่นๆ ที่ทางทันตแพทย์ได้กำหนด จะต้องเตรียมเงินในขั้นอื่น ๆ อีกประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป

การจ่ายครั้งที่ 3 ติดตั้งเครื่องมือ

สำหรับค่าติดตั้งเครื่องมือนั้นแบ่งการติดเครื่องมือเป็นด้าน คือฟันด้านบน กับฟันด้านล่าง สามารถแบ่งติดเครื่องมือจัดฟันแต่ละด้านได้ โดยให้เตรียมงบประมาณตามโปรโมชั่นจัดฟัน หรือประเภทเครื่องมือการจัดฟันที่คนไข้ได้เลือกไปก่อนหน้าแล้ว โดยรายละเอียดค่าใช้จ่ายการติดตั้งเครื่องมือจัดฟันของ PLUS Dental Clinic จะมีรายละเอียดเบื้องต้นตามนี้

โปรโมชั่น จัดฟันแบบโลหะ

แพ็กเกจ 1,000.-

แบ่งชำระ
ผ่อน 1,500×6เดือน
ผ่อน 1,000×30เดือน

รวม
39,000 บาท

แพ็กเกจ 1,500.-

แบ่งชำระ
ผ่อน 1,000×2เดือน
ผ่อน 1,500×24เดือน

รวม
38,000 บาท

แพ็กเกจ 3,5000.-


ชำระครั้งเดียวจบ

รวม
35,000 บาท

– ติดเครื่องมือจัดฟันแบบโลหะธรรมดา ราคาเริ่มต้นที่ 1,000-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบ หรือโปรโมชั่นการจัดฟันที่คนไข้เลือก – ติดเครื่องมือจัดฟันแบบดามอน ราคาเริ่มที่ 15,000 บาท – ติดเครื่องมือจัดฟันแบบเซรามิก ราคาเริ่มที่ 5,000 บาท – ติดเครื่องมือจัดฟันแบบ AOSC ราคาเริ่มที่ 3,000 บาท – จัดฟันใส จะได้รับเครื่องมือจัดฟันเป็นชุดตามทันตแพทย์ประเมิน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 80,000 บาท

ราคาทั้งหมดที่กล่าวมาคือค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องมือครั้งแรกเท่านั้น

การจ่ายครั้งที่ 4 ปรับเครื่องมือประจำทุกเดือน

สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนสุดท้ายนั้นจะต้องทำการจ่ายทุกเดือน หรือตามการนัดพบของทันตแพทย์ เพราะคนไข้ต้องเข้ามาปรับเครื่องมือและเช่นเปลี่ยนยาง ติดตามการรักษา โดยทันตแพทย์จะตรวจการเปลี่ยนแปลงของฟัน นั้นเป็นไปตามแผนการรักษาหรือไม่ และจะต้องจ่ายเงินประมาณ 1,000-2,000 บาทจนกว่าจะครบตามโปรโมชั่น หรือแพ็กเกจจัดฟันที่เลือก ถ้าหากเลือกจัดฟันแบบใสก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

จัดฟันควรเริ่มเมื่อไหร่?

การเริ่มต้นจัดฟันครั้งแรกที่ดี คือควรเริ่มที่วัยเด็กตั้งแต่อายุ 14-15 ปี ที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว หรือช่วงที่ขากรรไกรเจริญเต็มที่แล้ว เพราะช่วงวัยที่กำลังจะเจริญเติบโตจะทำให้ฟันนั้นเรียงตัวกันสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งการจัดฟันนั้นเหมาะกับทุกคน ทุกวัยที่เริ่มมีปัญหาฟันรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาทั้ง 7 แบบนี้ควรจัดฟันมากที่สุด คือ ฟันสบกัน ฟันซ้อน ฟันห่าง ฟันกัดคร่อม ฟันล่างยื่น ฟันบนยื่น ฟันกัดเบี้ยว เพราะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการ เคี้ยวทานอาหาร การพูด รวมถึงปัญหาสุขภาพฟันที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต หรือคนที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจให้รอยยิ้ม ไม่มีปัญหาฟัน แต่ต้องการให้ฟันเรียงสวยงามมากขึ้น การจัดฟันจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ลักษณะฟันแบบไหนควรจัดฟันบ้าง?

การเรียงตัวของฟันก็เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพช่องปากที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟันบนยื่น ฟันล่างยื่น หรือปัญหาการสบกันของฟัน เพราะสามารถส่งผลให้บดเคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียด บางครั้งอาจทำให้มีอาการปวดกรามร่วม รวมถึงทำให้เกิดปัญหาใบหน้าเบี้ยวหรือใบหน้าไม่เท่ากันอีกด้วย ซึ่งการจัดฟันจะปรับโครงหน้าและช่วยแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากในลักษณะนี้ได้ในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยให้ฟันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ซึ่งทาง PLUS Dental Clinic ให้บริการกับผู้สนใจที่สามารถเข้ามาปรึกษาจัดฟันกับคุณหมอได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ส่วนลักษณะฟันที่เข้าข่ายต้องจัดฟันจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันได้เลย

ฟันบนยื่น

ฟันบนยื่น
โดยปกติแล้วคนที่มีปัญหาฟันบนยื่น หรือเหยินเป็นลักษณะที่ฟันบนคร่อมฟันล่าง ซึ่งยื่นออกมาด้านหน้ามากเกินไป จนทำให้ปากอูม
อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีฟันเหยินป็นลักษณะฟันที่ยื่นออกมาไม่มากนั้น ก็ยังสามารถจัดฟันได้เช่นกัน เพราะการจัดฟันจะช่วยให้ฟันเรียงตัว
เป็นระเบียบสวยงาม เป็นผลดีต่อสุขภาพช่องปาก ป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของช่องปากได้ในอนาคต
สำหรับคนที่มีปัญหารุนแรงอย่างมีฟันบนยื่น และมีผลกระทบลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ในช่องปาก เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน คนไข้
กลุ่มนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการรักษา ไม่ว่าจะเป็น การจัดฟันแก้ฟันเหยิน หรือศัลยกรรมขากรรไกร เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

ฟันล่างยื่น

ฟันล่างยื่นเป็นลักษณะฟันล่างคร่อมฟันบน ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า “ภาวะคางยื่น” ผู้ที่มีปัญหาฟันล่างยื่นใบหน้าจะดูยาวผิดรูป บางรายอาจมีปัญหาใบหน้าไม่เท่ากัน หรือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดปัญหาการสบกันของฟันที่ผิดปกติ ในกรณีที่ฟันล่างยื่นออกไปมากๆ อาจทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันบนกับฟันล่าง จนส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหารได้

ฟันกัดคร่อม

ฟันกัดคร่อม เป็นลักษณะของฟันบนที่ไม่สามารถขบได้พอดีกับฟันล่าง เมื่อเวลาขบกัดฟันบนกับฟันล่างจะไม่ตรงกัน ซึ่งฟันลักษณะนี้จะไขว้กัน หรือมีความเหลื่อมกัน ขาดสมดุล ทำให้ไม่สามารถใช้ฟันหน้ากัดอาหารได้ตามปกติ รวมถึง ยังมีผู้ป่วยบางรายที่เกิดจากความผิดปกติของขากรรไกร ส่งผลให้มีใบหน้าไม่เท่ากันร่วมด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่ฟันกัดคร่อมยังออกเสียงบางคำ ได้ไม่ชัดเจน

ฟันสบเปิด

ฟันสบเปิดเป็นปัญหาที่เกิดจากขากรรไกรที่ผิดปกติ ส่งผลให้ฟันบนและฟันล่างห่างกัน เมื่อขบฟันจะทำให้ฟันหน้าเผยอ หรืออ้าออก เวลาฉีกหรือกัดอาหารก็ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังมีลักษณะที่ไม่สวยงาม พูดบางคำ ได้ไม่ชัด ในกรณีนี้จำเป็นต้องจัดฟันใหม่ เพื่อลดช่องว่างที่เกิดขึ้น

ฟันกัดเบี้ยว

สำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันกัดเบี้ยว อาจเกิดจากขากรรไกรเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า ส่งผลให้เส้นกึ่งกลางของฟันบนและฟันล่างไม่มีความสมดุล และเกิดการเอียงไปด้วย จุดศูนย์กลางของฟันบนและฟันล่างจึงไม่ตรงกัน ทำให้การบดเคี้ยวอาหารทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้สูญเสียความมั่นใจในการยิ้ม และทำให้ใบหน้าไม่เท่ากัน การจัดฟันจึงเป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ฟันห่าง

ปัญหาฟันห่างเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นฟันหลุด หรือฟันขึ้นไม่เต็ม ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันที่มากกว่า 0.5 มิลลิเมตร หากปล่อยให้ฟันห่าง เป็นช่องโหว่อยู่อย่างนี้ เวลาเคี้ยวอาหารจะไม่ละเอียด และอาจทำให้เศษอาหารเข้าไปติดอยู่ตามซอกฟันได้ง่ายๆ และอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ตามมาได้ด้วย เช่น เหงือกอักเสบ คราบหินปูน และปัญหาฟันผุ

ฟันซ้อน

อีกหนึ่งลักษณะฟันที่มีปัญหาคือ ฟันซ้อน ซึ่งเป็นสภาวะที่ฟันแท้ขึ้นมาในขณะที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุด ทำให้ฟันแท้ขึ้นมาซ้อนฟันน้ำนม จนทำให้เกิดปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่สวยงาม ฟันเบียดเกทับกัน จำเป็นที่จะต้องถอนฟันซี่ที่เกินออก นอกจากนี้ การจัดฟันแก้ปัญหาฟันซ้อนยังช่วยทำให้ฟันเรียงตัวได้อย่างสวยงาม และช่วยให้ฟันใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
ลักษณะฟันแบบไหนควรจัดฟันบ้าง?

จัดฟันควรเริ่มเมื่อไหร่?

การเริ่มต้นจัดฟันครั้งแรกที่ดี คือควรเริ่มที่วัยเด็กตั้งแต่อายุ 14-15 ปี ที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว หรือช่วงที่ขากรรไกรเจริญเต็มที่แล้ว เพราะช่วงวัยที่กำลังจะเจริญเติบโตจะทำให้ฟันนั้นเรียงตัวกันสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งการจัดฟันนั้นเหมาะกับทุกคน ทุกวัยที่เริ่มมีปัญหาฟันรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาทั้ง 7 แบบนี้ควรทำฟันมากที่สุด คือ ฟันสบกัน ฟันซ้อน ฟันห่าง ฟันกัดคร่อม ฟันล่างยื่น ฟันบนยื่น ฟันกัดเบี้ยว เพราะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการ เคี้ยวทานอาหาร การพูด รวมถึงปัญหาสุขภาพฟันที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต หรือคนที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจให้รอยยิ้ม ไม่มีปัญหาฟัน แต่ต้องการให้ฟันเรียงสวยงามมากขึ้น การจัดฟันจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

วัยเด็ก

สำหรับวัยเด็กในช่วง 6-8 ปี หรือไม่เกิน 10 ปี ที่ต้องการจัดฟันจะได้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีการจัดฟัน ต้องมีปัญหาฟันหน้ายื่นมากกว่าปกติ การที่เด็กมีปัญหาแบบนี้อาจจะทำให้เสียบุคลิกภาพ ทำให้ผู้ปกครองมักจะพามาทำการรักษาด้วยวิธีการจัดฟันและจะใช้เวลาในการจัดไม่นาน เนื่องจากร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ทำให้การจัดรูปแบบของฟันนั้นสามารถทำได้ง่าย และยังรวมไปถึงปัญหาฟันห่าง ปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติถ้าหากตรวจพบตั้งแต่ในช่วงวัยเด็กก็ควรจะทำการรักษาด้วยการจัดฟันทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว

วัยรุ่น

วัยรุ่นสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ 14-15 ปี จะเป็นได้ว่าช่วงวัยนี้จะทำการจัดฟันมากกว่าช่วงวัยอื่น เพราะความเชื่อที่ว่าการจัดฟันในช่วงวัยนี้จะช่วยให้ฟันเข้ารูปได้ง่ายและรวดเร็วกว่า อีกทั้งยังเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะฟันทุกซี่จะเป็นฟันแท้และมีความถาวรมากกว่าในช่วงวัยเด็ก เมื่อทำการปรับรูปฟันในช่วงวัยนี้จะช่วยให้รูปแบบมีความคงทน ถาวรมากที่สุด

วัยทำงาน

สำหรับในช่วงวัยนี้ก็สามารถทำการจัดฟันได้ ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกจัดฟันเพื่อความสวยงามและแก้ไขรูปร่างของฟันเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีฟันแท้ครบและบางคนอาจจะเกิดฟันผิดรูปจึงต้องจัดฟันใหม่เพื่อให้เข้ารูปกับเหงือกเพิ่มขึ้น แต่ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่าในช่วงวัยอื่น หากไม่มั่นใจระหว่างจัดฟัน ก็สามารถเลือกรูปแบบการจัดฟันที่เหมาะสมกับตัวเองได้ อย่างจัดฟันใส จัดฟันดามอน หรือจัดฟันเซรามิก สีเหมือนฟัน ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
จัดฟันเซรามิก สีเหมือนฟัน ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน ทางที่ดีควรจะจัดในช่วงวัยรุ่นจะดีที่สุดเพราะเริ่มเป็นฟันแท้ทั้งหมดและมีความคงทน ถาวรมากกว่า จะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี และฟันมีการเรียงตัวสวยงามตามธรรมชาติ ถ้าหากเลยช่วงวัยนี้ก็สามารถทำการจัดได้ แต่อาจจะได้รับผลที่ไม่เต็มที่ และอาจจะมีประสิทธิภาพที่ลดลง ได้เพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น
ข้อแนะนำที่ต้องรู้เมื่อต้องการจัดฟัน

ข้อแนะนำที่ต้องรู้เมื่อต้องการทำฟัน

คนที่จะเริ่มจัดฟันนอกจากมีจะปัญหาฟันทั้ง 7 รูปแบบแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติม หรือเตรียมหาข้อมูลก่อนที่จะเริ่มทำฟันครั้งแรกด้วย มาดูกันว่าก่อนทำฟัน เราต้องรู้เรื่องอะไรบ้าง และเตรียมตัวอย่างไร

ทำฟันที่ไหนดี วิธีเลือกคลินิกทำฟัน

สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการเลือกคลินิกที่ดีและมีมาตรฐาน เนื่องจากการทำฟันนั้นจะต้องติดตั้งเครื่องมือชนิดพิเศษตามประเภทที่คนไข้เลือกไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันโลหะ การจัดฟันเซรามิก การจัดฟันดามอน หรือ จัดฟันใสก็จะถูกติดตั้งด้วยเครื่องมือเฉพาะเท่านั้น เพราะฉะนั้นการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานก็ช่วยให้ได้รับการรักษาที่ดีและสุขภาพภายในช่องปากก็จะได้รับการดูแลตามไปด้วย มีคนจำนวนมากที่เลือกทำฟันกับคลินิกไม่ได้มาตรฐานและทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ทั้งฟันล้ม รากฟันเน่า เป็นต้น

เงินที่จะใช้ในการจัดฟัน

คนที่จำเริ่มจัดฟันจะต้องทำการปรึกษาทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบว่าฟันของตนเอง ควรจะเลือกจัดฟันตามประเภทใดและต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ถ้าหากเลือกจัดฟันโลหะจะต้องเตรียมงบประมาณ 35,000 ถึง 60,000 บาท แบบเซรามิกจะมีราคาตั้งแต่ 50,000 ถึง 65,000 บาท และถ้าหากเป็นแบบดามอนและแบบใสจะมีราคาที่สูงเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นจะต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายก่อนที่จะเริ่มจัดฟัน แม้ว่าไม่ได้จ่ายเงินทั้งหมดก็ตาม

ความอดทนต่อความเจ็บปวด

>คนไข้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีการทำฟันจะต้องทำใจยอมรับต่อความเจ็บปวด ตั้งแต่การติดตั้งเครื่องมือไปจนถึงติดตั้งเครื่องมือจนเสร็จ หลังจากที่ยาชาหมดฤทธิ์ก็ต้องดูแลช่องปากของตนเอง ถ้าหากเกิดอาการเจ็บหรือปวดบริเวณฟันก็ต้องรับประทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น
ประโยชน์ของการจัดฟัน

ประโยชน์ของการจัดฟัน รอยยิ้มที่คุ้มค่ากับการลงทุน

การจัดฟันนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟันเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สุขภาพช่องปากอื่นๆ ดีขึ้นตามไปด้วย มาศึกษาประโยชน์ของการจัดฟันเหล่านี้ ที่นอกจากจะคืนรอยยิ้มมั่นใจให้กับเราได้แล้ว ยังช่วยเรื่องสุขภาพช่องปากอื่นๆ อีกมากมาย

ป้องกันการเกิดโรคเหงือก

โรคเหงือกเกิดจากการติดเชื้อของเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ ฟัน จนทำให้เกิดอาการบวมและอักเสบ สำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อน หรือฟันห่างจะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดอยู่ตามซอกฟันได้ง่าย ซึ่งทำให้แบคทีเรียในปากเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้เหงือกติดเชื้อตามมาได้ การจัดฟันช่วยให้ฟันเรียงตัว เข้าที่เข้าทางมากขึ้น สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดโรคเหงือกได้ในระยะยาว

ลดการเกิดฟันผุ

ประโยชน์ของการจัดฟันอีกอย่าง คือ ช่วยลดการเกิดฟันผุ เมื่อฟันเคลื่อนที่เข้ารูปตามที่ทันตแพทย์วางแผนไว้แล้ว ก็จะช่วยลดโอกาสที่เศษอาหารต่างๆ จะเข้าไปติดตามร่องฟัน ซึ่งเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ในช่องปากเหล่านั้นจะจับตัวกันจนเกิดเป็นคราบพลัค และมักเกิดปฏิกิริยากับเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้เกิดกรดในน้ำลายจนมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวฟัน และทำให้เนื้อฟันอ่อนยุ่ยลง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดฟันผุ

ช่วยปรับปรุงสุขภาพทางเดินอาหาร

การเคี้ยวอาหารเป็นการย่อยอาหารให้ขั้นแรกโดยทำให้อาหารเป็นชิ้นเล็กๆ หากฟันมีลักษณะการเรียงตัวที่ผิดปกติ จนส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร จะทำให้ชิ้นอาหารมีขนาดใหญ่เกินไป เมื่ออาหารเหล่านั้นถูกลำเลียงไปยังกระเพาะจะทำให้ย่อยได้ยาก ส่งผลให้ลำไส้แปรปรวน และเกิดอาการปวดท้องตามมาได้ ดังนั้น การจัดฟันสามารถช่วยให้ฟันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เคี้ยวอาหารได้ละเอียดขึ้น และช่วยปรับปรุงการทำงานของ

พูดชัดขึ้น

ปัญหาฟันสบกันผิดปกติ หรือฟันคร่อมกันไม่พอดี ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลต่อการออกเสียง ซึ่งอุปกรณ์ในการจัดฟันช่วยให้ฟันเข้ารูป และสามารถแก้ไขปัญหาฟันสบกันไม่ปกติได้ ช่วยให้ออกเสียงและพูดได้ชัดขึ้น

ลดกลิ่นปาก

สาเหตุของกลิ่นปากส่วนใหญ่แล้วเกิดจากเศษอาหารที่ตกค้างติดอยู่ตามซอกฟัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อน และฟันเก คราบอาหารก็สามารถเข้าไปติดในบริเวณที่ทำความสะอาดได้ยาก จนทำให้เกิดปัญหากลิ่นปาก เมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว ฟันเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ก็สามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายขึ้น และช่วยลดการเกิดกลิ่นปากได้ด้วย

สุขภาพจิต

การจัดฟันไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพช่องปากเท่านั้น แต่การจัดฟันยังช่วยเรื่องของสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้ม ช่วยให้ยิ้มได้สวยขึ้น นอกจากนี้ การจัดฟันยังช่วยแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ที่ส่งผลกับบุคลิก อย่าง การพูดชัดขึ้น หรือลดกลิ่นปากจากเศษอาหารตามซอกฟัน ซึ่งเมื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ นอกจากจะมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองแล้ว ก็ส่งผลให้มั่นใจในบุคลิกภาพของตัวเองมากขึ้น มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
สัญญาณเตือน ว่าคุณควรจัดฟันได้แล้ว

7 สัญญาณเตือน ว่าคุณควรจัดฟันได้แล้ว

คงได้รู้กันไปแล้วว่า ฟันแบบไหนควรจัดฟัน ต่อไปจะพาไปดูสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณควรจัดฟัน เพราะการจัดฟันเป็นวิธีแก้ปัญหาลักษณะของฟันที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ฟันเรียงตัวได้อย่างสวยงาม ดีต่อสุขภาพช่องปาก และช่วยให้ยิ้มได้อย่างมั่นใจ ซึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าควรจัดฟันนั้นขึ้นอยู่กับอายุ และสุขภาพช่องปากโดยรวม ดังนี้

1. ฟันมีลักษณะซ้อนเก (Crowding) หรือเบี้ยว (Crooked)

ฟันซ้อนเป็นฟันที่งอกขึ้นมาอย่างผิดรูป ทำให้การเรียงตัวของฟันผิดแนวที่ควรจะเป็น ลักษณะฟันซ้อนมีทั้งรูปแบบฟันซ้อนด้านนอก และฟันซ้อนด้านใน บางครั้งอาจตามมาด้วยฟันเก ซึ่งเป็นฟันที่มีลักษณะบิดเบี้ยว มักจะสัมพันธ์กันกับฟันซ้อน เนื่องจากฟันซ้อนทำให้ฟันที่ขึ้นมาใหม่งอกอย่างผิดรูป จนเก และทำให้เบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง การแก้ปัญหาฟันซ้อนด้วยการจัดฟันจึงถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก

2. กัดลิ้นหรือกระพุ้งแก้มบ่อยครั้ง

การกัดลิ้นหรือกระพุ้งแก้มบ่อยๆ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในปาก แม้แผลในช่องปากจะเป็นอาการที่ไม่มีอันตราย แต่ก็ทำให้เกิดอาการปวด และแสบในช่องปากได้ ทำให้หมดสนุกกับการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ หากเกิดปัญหาแผลในช่องปากบ่อยๆ และไม่รักษาตั้งแต่ระยะแรก อาจทำให้ลุกลามกลายเป็นมะเร็งช่องปากได้ สำหรับสาเหตุที่กัดลิ้นหรือกระพุ้งแก้มบ่อยๆ นั้นอาจเกิดจากปัญหาฟันสบกันไม่พอดี จนทำให้เวลาเคี้ยวอาหารเผลอไปโดนที่กระพุ้งแก้มได้ง่าย สำหรับใครที่มีปัญหานี้ควรตรวจสุขภาพช่องปากให้ละเอียด ว่าควรแก้ไขอย่างไรบ้าง

3. ไม่สามารถปิดปากได้สนิทจากการเรียงตัวของฟัน

หากคุณไม่สามารถปิดปากได้สนิทจากการเรียงตัวของฟัน เช่น การมีฟันหน้าที่มีลักษณะยื่นออกมามากกว่าปกติ จนริมฝีปากไม่สามารถประกบกันได้อย่างแนบสนิท หรือหน้าไม่เท่ากัน เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าควรจัดฟัน เพื่อให้ฟันเกิดการเรียงตัวกันอย่างเข้าที่เข้าทาง และสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

4. หายใจทางปากบ่อยครั้ง

ปัญหาการหายใจทางปากนั้นสามารถส่งผลต่อสุขภาพช่องปากได้อย่างไม่คาดคิด เมื่อหายใจทางปากบ่อยๆ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบปากทำงานหนัก จนดันขากรรไกรล่างให้เคลื่อนตัวไปด้านหลัง และอาจทำให้โครงสร้างของข้อต่อขากรรไกรผิดรูปได้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีปัญหาในการหายใจทางปากควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ก่อนที่จะเกิดภาวะข้อต่อขากรรไกรอักเสบ

5. เคี้ยวอาหารได้ยากลำบาก

ปัญหาการหายใจทางปากนั้นสามารถส่งผลต่อสุขภาพช่องปากได้อย่างไม่คาดคิด เมื่อหายใจทางปากบ่อยๆ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบปากทำงานหนัก จนดันขากรรไกรล่างให้เคลื่อนตัวไปด้านหลัง และอาจทำให้โครงสร้างของข้อต่อขากรรไกรผิดรูปได้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีปัญหาในการหายใจทางปากควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ก่อนที่จะเกิดภาวะข้อต่อขากรรไกรอักเสบ
การเคี้ยวอาหารได้ลำบากเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สามารถพบได้ในผู้ที่มีฟันผิดรูป ไม่ว่าจะเป็น ฟันเหยิน การสบกันของฟันผิดรูป และฟันกัดคร่อม รวมถึง ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่เท่ากัน ซึ่งมีทั้งปัญหาในการเคี้ยวอาหาร หรือเกิดเสียงขณะเคี้ยว

6. เกิดเสียง หรือรู้สึกเมื่อยที่บริเวณสันกราม

ในกรณีที่เกิดเสียง หรือรู้สึกเมื่อยบริเวณสันกรามเวลาเคี้ยวอาหาร ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร จนส่งผลต่อกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ทำให้เวลาเคี้ยว หาว หรืออ้าปากกว้างๆ ข้อต่อขากรรไกรก็จะเคลื่อนที่ผิดปกติ ทำให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบ และรู้สึกเมื่อยบริเวณสันกราม ขมับ และใบหู

7. เคี้ยวอาหารได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากฟันเบี้ยว หรือฟันที่ไม่เป็นระเบียบ

ปัญหาในการเคี้ยวอาหารมักเกิดกับผู้ที่มีการสบกันที่ผิดรูป ฟันเบี้ยว หรือฟันเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ ทำให้เวลาเคี้ยวอาหาร หรือกัดฉีกอาหารทำได้ลำบาก บางกรณีอาจใช้ฟันหน้ากัดและฉีกไม่ได้เลยก็มี
ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีลักษณะฟันตามรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฟันสบกัน ฟันบนยื่น ฟันล่างยื่น หรือปัญหาอื่น ๆ ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ แต่จะต้องปรึกษากับทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยเฉพาะการเลือกศูนย์ทันตกรรมควรจะเลือกที่มีมาตรฐานเท่านั้น เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมาได้

จัดฟันที่ไหนดี วิธีเลือกคลินิกจัดฟัน

การทำฟันนั้นเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฟัน ที่ไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธีการถอนฟัน ขูดหินปูน หรืออุดฟันนั้น จะต้องทำการรักษาด้วยวิธีจัดฟันเท่านั้น เช่น ปัญหาฟันบนหรือฟันล่างยื่นมากกว่าปกติ ฟันกัดคร่อมทำให้มีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร เป็นต้น ซึ่งปัญหาในลักษณะนี้จะต้องรักษาด้วยการทำฟันและจะต้องรักษาที่คลินิก แต่จะทราบได้อย่างไรว่าควรจะเลือกคลินิกไหนดี ถ้าหากเลือกผิดอาจจะทำให้เกิดปัญหากับฟันได้ บทความนี้มีวิธีการเลือกคลินิกทำฟันที่เลือกแล้วจะไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน

สิ่งแรกที่คนไข้ทั่วไปจะมองเห็นและใช้ในการตัดสินใจคือมาตรฐานของคลินิก ไม่ว่าจะเป็นใบรับรอง โดยปกติแล้วคนไข้สามารถตรวจสอบได้ว่าทางคลินิกได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งหรือไม่ อีกทั้งจะต้องเป็นสถานที่ที่มีความแข็งแรง มีเครื่องมือครบ และมีเตียงสำหรับการรักษา ไม่ใช่ทำที่บ้าน หรือทำในสถานที่อื่นที่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์

ต้องมีทันตแพทย์ที่มากประสบการณ์เท่านั้น

ในการรักษาด้วยวิธีการทำฟันนั้น ไม่ใช่ว่าทันตแพทย์คนใดก็สามารถทำการทำฟันให้แก่คนไข้ได้ เนื่องจากการทำฟันจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความรู้เฉพาะด้านในการรักษาเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะต้องทำการตรวจสอบใบอนุญาตของทันตแพทย์ และใบรับรองการอบรมในเรื่องของการทำฟัน และความรู้เฉพาะด้านในเรื่องการทำฟันจากทางคลินิกก่อนที่จะเลือกการรักษานี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นในช่องปาก อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำฟันให้มีเพิ่มขึ้นด้วย

เดินทางสะดวก

การเดินทางสะดวกจะเพิ่มประสิทธิภาพของความต่อเนื่องในการรักษา คนไข้ที่ต้องการทำฟันจะต้องเลือกคลินิกที่การเดินทางสะดวกไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถส่วนตัว หรือว่ารถสาธารณะก็สามารถเดินทางไปยังคลินิกได้ เนื่องจากการทำฟันนั้นเป็นวิธีการรักษาที่ไม่เหมือนกับวิธีการรักษาฟันรูปแบบอื่นที่ทำเพียงครั้งเดียวแล้วเสร็จสิ้น แต่การทำฟันคนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุกเดือนเพื่อทำการตรวจสอบทิศทางการเคลื่อนที่ของรูปฟันและจะต้องมาเปลี่ยนยางของฟันอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน เพราะฉะนั้นเลือกคลินิกที่เดินทางสะดวกไว้จะดีที่สุด

ไม่ควรเลือกที่ราคาถูกมากเกินไป

โดยปกติแล้วการทำฟันจะมีค่าใช้จ่ายที่หลักหมื่นและไม่ต้องจ่ายในครั้งเดียว ให้ทำการจ่ายเป็นประจำทุกเดือนในทุกครั้งที่มาพบทันตแพทย์ ด้วยเหตุผลนี่จึงไม่ควรเลือกคลินิกที่มีราคาถูกมากเกินไป เพราะอาจจะเป็นเพียงราคาที่ใช้ในการโฆษณาเท่านั้น เมื่อคนไข้ได้เข้าไปทำการรักษาจริงอาจจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากค่าจัดฟันได้ หรืออาจจะเป็นคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อทำฟันแล้วก็ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้

ครอบคลุมทุกบริการ

การทำฟันเป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่จะช่วยรักษาฟันเท่านั้น คลินิกที่ดีจะต้องมีบริการที่ครอบคลุมทั้งการถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด รักษารากฟันและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาฟันทั้งหมดครบภายในคลินิกเดียว เพื่อให้คนไข้เดินทางมาแล้วสามารถรักษาได้ทุกรูปแบบ
การทำฟันนับว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับฟันได้ นอกจากการจัดฟันจะช่วยให้ฟันเรียงตัวสวย สุขภาพช่องปากดีขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้างบุคลิกใหม่ให้เราได้จากความมั่นใจในการพูด ยิ้ม หรือใช้ชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นการลงทุนยิ้มสวยได้อย่างคุ้มค่า

โปรโมชั่น จัดฟันแบบโลหะ

แพ็กเกจ 1,000.-

แบ่งชำระ
ผ่อน 1,500×6เดือน
ผ่อน 1,000×30เดือน

รวม
39,000 บาท

แพ็กเกจ 1,500.-

แบ่งชำระ
ผ่อน 1,000×2เดือน
ผ่อน 1,500×24เดือน

รวม
38,000 บาท

แพ็กเกจ 3,5000.-


ชำระครั้งเดียวจบ

รวม
35,000 บาท

ลงทะเบียน ตอนนี้!
ปรึกษาคุณหมอฟรี
พร้อมรับของแถมมูลค่ากว่า 15,000 บาท

พิเศษ จองตอนนี้ พิมพ์ฟันลด 50%
เพียง 350 บาท

สงวนสิทธิ์ ลงทะเบียน ภายใน

วัน
ชั่วโมง
นาที
วินาที