จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces)

การจัดฟันแบบโลหะ


การจัดฟันแบบโลหะ เป็นประเภทการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถเปลี่ยนสียางได้ตามใจชอบ มีสียางให้เลือกหลากสีสัน และ เหมาะสำหรับคนที่มีงบจัดฟันแบบจำกัดด้วย

การจัดฟันแบบโลหะ เป็นประเภทการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถเปลี่ยนสียางได้ตามใจชอบ มีสียางให้เลือกหลากสีสัน และ เหมาะสำหรับคนที่มีงบจัดฟันแบบจำกัดด้วย

การจัดฟันแบบโลหะ คืออะไร?

การจัดฟันแบบโลหะ คือการรักษาทันตกรรมรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยในเรื่องการเรียงตัวของฟันให้เป็นระเบียบ สวยงาม และเพื่อทำให้การสบฟันของฟันบน-ล่างอยู่ในจุดที่เราต้องการ นอกจากความสวยงาม การเรียงตัวของฟันแล้ว ยังช่วยในเรื่องของคนที่มีปัญหาเรื่องรูปฟันต่าง ๆ เช่น ฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง หรือฟันเหยิน ที่สามารถสร้างผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันพื้นฐาน อย่างการทานอาหาร การพูดออกเสียง ไปจนถึงอาจจะทำให้สูญเสียความมั่นใจในการสนทนา จนทำให้เสียบุคลิกภาพได้เลย
การจัดฟัน คือการรักษาทันตกรรมรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยในเรื่องการเรียงตัวของฟันให้เป็นระเบียบ สวยงาม และเพื่อทำให้การสบฟันของฟันบน-ล่างอยู่ในจุดที่เราต้องการ นอกจากความสวยงาม การเรียงตัวของฟันแล้ว ยังช่วยในเรื่องของคนที่มีปัญหาเรื่องรูปฟันต่าง ๆ เช่น ฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง หรือฟันเหยิน ที่สามารถสร้างผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันพื้นฐาน อย่างการทานอาหาร การพูดออกเสียง ไปจนถึงอาจจะทำให้สูญเสียความมั่นใจในการสนทนา จนทำให้เสียบุคลิกภาพได้เลย
ดังนั้นการจัดฟันจะเข้าไปช่วยได้มากกว่าการเรียงตัวของฟัน คือสุขภาพช่องปากที่ดี ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถมีรอยยิ้มที่มั่นใจ เสริมบุคลิกภาพให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นได้
ดังนั้นการจัดฟันจะเข้าไปช่วยได้มากกว่าการเรียงตัวของฟัน คือสุขภาพช่องปากที่ดี ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถมีรอยยิ้มที่มั่นใจ เสริมบุคลิกภาพให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นได้
การจัดฟันแบบโลหะ(Metal Braces)
การจัดฟันแบบโลหะ(Metal Braces) เป็นการติดเครื่องมือจัดฟัน(Bracket) ที่ทำด้วยวัสดุที่เป็นโลหะผิวเรียบที่ผิวด้านหน้าของฟัน และใส่ลวดจัดฟันพาดผ่านร่อง Bracket โดยใช้ยางโอริง(O-ring)ช่วยให้ฟันเรียงตัว และได้ตำแหน่งที่ต้องการ ทำหน้าที่ยึดลวดให้ติดกับBracket เพื่อให้ไม่หลุดออกจากกัน เนื่องจากทำให้คราบอาหารและ ด้วยวัสดุที่เป็นโลหะมันวาว ทำให้คราบอาหาร และจุลินทรีย์ติดได้ยากกว่าวัสดุชนิดอื่น แต่ต้องระวังในเรื่องของเศษอาหาร และสีของยางที่ทำให้ติดคราบอาหารบางอย่างที่มีสีได้

การจัดฟันแบบโลหะ(Metal Braces) เป็นการติดเครื่องมือจัดฟัน(Bracket) ที่ทำด้วยวัสดุที่เป็นโลหะผิวเรียบที่ผิวด้านหน้าของฟัน และใส่ลวดจัดฟันพาดผ่านร่อง Bracket โดยใช้ยางโอริง(O-ring)ช่วยให้ฟันเรียงตัว และได้ตำแหน่งที่ต้องการ ทำหน้าที่ยึดลวดให้ติดกับBracket เพื่อให้ไม่หลุดออกจากกัน เนื่องจากทำให้คราบอาหารและ ด้วยวัสดุที่เป็นโลหะมันวาว ทำให้คราบอาหาร และจุลินทรีย์ติดได้ยากกว่าวัสดุชนิดอื่น แต่ต้องระวังในเรื่องของเศษอาหาร และสีของยางที่ทำให้ติดคราบอาหารบางอย่างที่มีสีได้

การจัดฟันแบบโลหะ เหมาะกับใคร?

การจัดฟันแบบโลหะ เหมาะกับใคร?

การจัดฟันแบบโลหะธรรมดา เหมาะกับใคร?

  • คนที่ต้องการจัดฟันแบบในทุก ๆ รูปแบบฟัน ในราคาที่ย่อมเยากว่าการจัดฟันแบบอื่น ๆ
  • คนที่ต้องการเลือกสียาง ให้ในระหว่างจัดฟันได้มีสีสันได้ตามต้องการ
  • ผู้ที่มีเวลาเข้ามาพบทันตแพทย์ เพื่อปรับเครื่องมือ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือตามทันตแพทย์นัดหมาย
  • คนที่ต้องการจัดฟันแบบในทุก ๆ รูปแบบฟัน ในราคาที่ย่อมเยากว่าการจัดฟันแบบอื่น ๆ
  • คนที่ต้องการเลือกสียาง ให้ในระหว่างจัดฟันได้มีสีสันได้ตามต้องการ
  • ผู้ที่มีเวลาเข้ามาพบทันตแพทย์ เพื่อปรับเครื่องมือ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือตามทันตแพทย์นัดหมาย

ข้อดีของการจัดฟันแบบโลหะ

ข้อดีของการจัดฟันแบบโลหะ

ทำความสะอาดฟันได้ไม่ยากมาก แต่ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด และเข้ามาปรับเครื่องมือทุกเดือน อย่างต่อเนื่อง
ทำความสะอาดฟันได้ไม่ยากมาก แต่ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด และเข้ามาปรับเครื่องมือทุกเดือน อย่างต่อเนื่อง

3 ขั้นตอนการสร้างรอยยิ้ม

3 ขั้นตอนการสร้างรอยยิ้ม

แบ่งเป็น 3 ช่วงการรักษา คือช่วงแรกที่เราต้องเตรียมพร้อมก่อนการเริ่มจัดฟัน ต่อมาคือช่วงจัดฟันที่จะใช้ระยะต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 ปีขึ้นอยู่กับเคส และความสม่ำเสมอในการรักษาตามทันตแพทย์แนะนำ และช่วงสุดท้ายการดูแลตัวเองหลังจัดฟัน เพื่อให้ฟันยังคงเรียงตัวสวยงามสมบูรณ์ในแบบของคุณ
แบ่งเป็น 3 ช่วงการรักษา คือช่วงแรกที่เราต้องเตรียมพร้อมก่อนการเริ่มจัดฟัน ต่อมาคือช่วงจัดฟันที่จะใช้ระยะต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 ปีขึ้นอยู่กับเคส และความสม่ำเสมอในการรักษาตามทันตแพทย์แนะนำ และช่วงสุดท้ายการดูแลตัวเองหลังจัดฟัน เพื่อให้ฟันยังคงเรียงตัวสวยงามสมบูรณ์ในแบบของคุณ
ปรึกษา-เตรียมการรักษา

1. ปรึกษา-เตรียมการรักษา

1. ปรึกษา-เตรียมการรักษา

  • ปรึกษาทันตแพทย์
    ปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟัน ตรวจเช็กสภาพฟันเบื้องต้นของคนไข้ เพื่อประเมินการวางแผนการรักษาให้เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดฟัน ในรูปแบบต่าง ๆ ให้คนไข้ได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตรงความต้องการที่สุด เพราะการจัดฟันจะใช้เวลา 2-3ปี (ขึ้นอยู่กับเคส) ซึ่งเป็นการรักษาที่ใช้ระยะเวลานานพอควร คนไข้จึงต้องได้รับข้อมูลสมบูรณ์ครบถ้วนที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • ปรึกษาทันตแพทย์
    ปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟัน ตรวจเช็คสภาพฟันเบื้องต้นของคนไข้ เพื่อประเมิณการวางแผนการรักษาให้เหมาะสม พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดฟัน ในรูปแบบต่าง ๆ ให้คนไข้ได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตรงความต้องการที่สุด เพราะการจัดฟันจะใช้เวลา 2-3ปี (ขึ้นอยู่กับเคส) ซึ่งเป็นการรักษาที่ใช้ระยะเวลานานพอควร คนไข้จึงต้องได้รับข้อมูลสมบูรณ์ครบถ้วนที่สุด เพื่อประกอบ การตัดสินใจ
  • พิมพ์ช่องปาก และ เอกซเรย์
    เมื่อตัดสินใจจัดฟัน และได้เลือกวิธีจัดฟันที่เหมาะสมแล้ว ทางทันตแพทย์จะแจ้งแผนการรักษาแบบคร่าว ๆ จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการพิมพ์ฟันเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงหลังจัดฟันของคนไข้ ต่อไปก็ต้องทำการเอกซเรย์ฟัน เพื่อตรวจเช็กสภาพช่องปากในส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่างเช่น ฟันผุ ฟันคุด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวินิจฉัย ในการออกแบบการรักษา การเรียงตัวของฟัน การสบฟัน ให้เป็นไปตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พิมพ์ช่องปาก และ เอกซเรย์
    เมื่อตัดสินใจจัดฟัน และได้เลือกวิธีจัดฟันที่เหมาะสมแล้ว ทางทันตแพทย์จะแจ้งแผนการรักษาแบบคร่าว ๆ จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการพิมพ์ฟันเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงหลังจัดฟันของคนไข้ ต่อไปก็ต้องทำการเอกซเรย์ฟัน เพื่อตรวจเช็กสภาพช่องปากในส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่างเช่น ฟันผุ ฟันคุด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวินิจฉัย ในการออกแบบการรักษา การเรียงตัวของฟัน การสบฟัน ให้เป็นไปตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เคลียร์ช่องปาก
    คือการเตรียมสุขภาพช่องปากของเรา ให้พร้อมที่จะติดเครื่องมือจัดฟัน เช่นฟันคุด การอุดฟัน การขูดหินปูน การถอนฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ที่ทำให้การรักษายุ่งยากขึ้น ในระหว่างที่เราจัดฟันอยู่นั่นเองเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการช่วยให้ผลการรักษาของเราสำเร็จด้วยดี

    โดยขั้นตอนนี้ มีค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล โดยในบางคนไข้อาจจะมีปัญหาในช่องปากเยอะเป็นพิเศษ ก็สามารถทยอยทำตามงบที่เราตั้งไว้ได้
  • เคลียร์ช่องปาก
    คือการเตรียมสุขภาพช่องปากของเรา ให้พร้อมที่จะติดเครื่องมือจัดฟัน เช่นฟันคุด การอุดฟัน การขูดหินปูน การถอนฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ที่ทำให้การรักษายุ่งยากขึ้น ในระหว่างที่เราจัดฟันอยู่นั่นเองเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการช่วยให้ผลการรักษาของเราสำเร็จด้วยดี

    โดยขั้นตอนนี้ มีค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคล โดยในบางคนไข้อาจจะมีปัญหาในช่องปากเยอะเป็นพิเศษ ก็สามารถทยอยทำตามงบที่เราตั้งไว้ได้
เริ่มจัดฟัน

2. เริ่มจัดฟัน

2. เริ่มจัดฟัน

  • ติดเครื่องมือ บน-ล่าง
    การจัดฟันแบบโลหะเมื่อทันตแพทย์ทำการติดเครื่องมือเรียบร้อยแล้ว จะมีนัดหมายปรับเครื่องมือทุก ๆ เดือน โดยในช่วงแรกที่เราติดเครื่องมือไปแล้ว อาจจะมีอาการตึงนิดหน่อยในช่วงแรก แต่ผ่านไปสักพักจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเอง
  • ติดเครื่องมือ บน-ล่าง
    การจัดฟันแบบโลหะเมื่อทันตแพทย์ทำการติดเครื่องมือเรียบร้อยแล้ว จะมีนัดหมายปรับเครื่องมือทุก ๆ เดือน โดยในช่วงแรกที่เราติดเครื่องมือไปแล้ว อาจจะมีอาการตึงนิดหน่อยในช่วงแรก แต่ผ่านไปสักพักจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเอง
  • ปรับเครื่องมือ
    คนไข้ต้องเข้ามาปรับเครื่องมือเป็นประจำทุกเดือน เป็นโอกาสให้ทุกคนที่ชื่นชอบในการเปลี่ยนสียางจัดฟัน ได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการเลือกสียางทุก ๆ เดือน โดยขั้นตอนนี้เป็นอีกส่วนสำคัญมาก เพราะการรักษาให้ฟันเรียงตัวได้ช้าหรือเร็วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการเข้าพบทันตแพทย์ในทุก ๆ เดือนอีกด้วยนะ
  • ปรับเครื่องมือ
    คนไข้ต้องเข้ามาปรับเครื่องมือเป็นประจำทุกเดือน เป็นโอกาสให้ทุกคนที่ชื่นชอบในการเปลี่ยนสียางจัดฟัน ได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับการเลือกสียางทุก ๆ เดือน โดยขั้นตอนนี้เป็นอีกส่วนสำคัญมาก เพราะการรักษาให้ฟันเรียงตัวได้ช้าหรือเร็วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอในการเข้าพบทันตแพทย์ในทุก ๆ เดือนอีกด้วยนะ
หลังถอดเหล็กจัดฟันแล้ว

3. หลังถอดเหล็กจัดฟันแล้ว

3. หลังถอดเหล็กจัดฟันแล้ว

  • รับรีเทนเนอร์
    เมื่อได้ฟันที่เรียงตัวสวยงามตามความพอใจแล้ว ทันตแพทย์จะนัดถอดเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งหลังจากนี้จะให้ใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงตำแหน่งของฟันให้เรียงตัวสวยงามไปตลอด และต้องเข้าพบทันตแพทย์เพื่อติดตามการใส่รีเทนเนอร์

    คำแนะนำเบื้องต้นในการใส่รีเทนเนอร์

    โดยช่วง 6เดือน-1ปี (หรือตามแพทย์แนะนำ) หลังถอดเครื่องมือ ควรใส่รีเทนเนอร์ไว้ตลอดเวลาอย่างความต่อเนื่องและเคร่งครัด และหลังจากนั้น สามารถเลือกช่วงเวลาในการใส่ได้ อย่างเช่นใส่เฉพาะกลางคืนตอนนอนหลับเป็นต้น และควรนำรีเทนเนอร์มาตรวจเช็กทุก ๆ 6 เดือน หรือ 1ปี เพื่อตรวจเช็กว่ายังคงล็อกฟันได้พอดีอยู่หรือไม่
  • รับรีเทนเนอร์
    เมื่อได้ฟันที่เรียงตัวสวยงามตามความพอใจแล้ว ทันตแพทย์จะนัดถอดเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งหลังจากนี้จะให้ใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงตำแหน่งของฟันให้เรียงตัวสวยงามไปตลอด และต้องเข้าพบทันตแพทย์เพื่อติดตามการใส่รีเทนเนอร์

    คำแนะนำเบื้องต้นในการใส่รีเทนเนอร์

    โดยช่วง 6เดือน-1ปี (หรือตามแพทย์แนะนำ) หลังถอดเครื่องมือ ควรใส่รีเทนเนอร์ไว้ตลอดเวลาอย่างความต่อเนื่องและเคร่งครัด และหลังจากนั้น สามารถเลือกช่วงเวลาในการใส่ได้ อย่างเช่นใส่เฉพาะกลางคืนตอนนอนหลับเป็นต้น และควรนำรีเทนเนอร์มาตรวจเช็กทุก ๆ 6 เดือน หรือ 1ปี เพื่อตรวจเช็กว่ายังคงล็อกฟันได้พอดีอยู่หรือไม่

หัวข้อแนะนำการดูแลตัวเองสำหรับคนไข้จัดฟัน

หัวข้อแนะนำการดูแลตัวเองสำหรับคนไข้จัดฟัน

    > ติดเครื่องมือครั้งแรก กินอะไรได้บ้าง?
    > การดูแลฟันในระหว่างจัดฟัน
    > วิธีดูแลฟัน หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน
    > จัดฟันหน้าเปลี่ยน จริงหรือไม่
    > ติดเครื่องมือครั้งแรก กินอะไรได้บ้าง?
    > การดูแลฟันในระหว่างจัดฟัน
    > วิธีดูแลฟัน หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน
    > จัดฟันหน้าเปลี่ยน จริงหรือไม่

โปรโมชั่น
จัดฟัน
แบบโลหะ

โปรโมชั่น
จัดฟันแบบโลหะ

    • โปรโมชั่นจัดฟัน แบบที่ 1 : 1,000.-
 
    • โปรโมชั่นจัดฟัน แบบที่ 2 : 1,500.-
 
    • โปรโมชั่นจัดฟัน แบบที่ 3 : 35,000.-
 
    • โปรโมชั่นจัดฟัน แบบที่ 1 : 1,000.-
    • โปรโมชั่นจัดฟัน แบบที่ 2 : 1,500.-
    • โปรโมชั่นจัดฟัน แบบที่ 3 : 35,000.-
 
โปรโมชั่น จัดฟันแบบโลหะ
โปรโมชั่น จัดฟันแบบโลหะ