Home / บทความน่ารู้จัดฟันและทันตกรรม / เตรียมตัวจัดฟัน ครั้งแรก ยังไง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้าง มาดูกันเลย

เตรียมตัวจัดฟัน ครั้งแรก ยังไง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้าง มาดูกันเลย

Posted on

เตรียมตัวจัดฟันกี่บาท ครั้งแรก ยังไง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้าง มาดูกันเลย

สำหรับคนที่ เตรียมตัวจัดฟัน ครั้งแรก อาจมีข้อมูลในเรื่องการจัดฟันน้อย ไม่ทราบว่าต้องทำยังไง มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่บ้าง ใช้เวลานานเท่าไหร่ วันนี้เรามาดูขั้นตอนทั้งหมดแบบละเอียดๆกันเลย

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

1.สาเหตุที่ต้อง จัดฟัน

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

การจัดฟันนอกจากจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องฟันยื่น ฟันเก ฟันเบี้ยว ฟันล้ม ฟันห่าง ไปจนถึงเหงือกมีปัญหาและคางสั้น การ จัดฟัน ก็ช่วยแห้ปัญหาได้ แต่ก็ต้องให้ทันตแพทย์จากโรงพยาบาลหรือคลินิกทำฟันเป็นผู้แนะนำว่า คุณสามารถจัดฟันได้หรือไม่

2. จัดฟันที่ไหน

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

เมื่อทันตแพทย์ลงความเห็นว่าคุณสามารถจัดฟันได้ ขั้นตอนต่อไปคือการเลือก คลินิกจัดฟัน ซึ่งขอแนะนำว่าให้เลือกคลินิกที่คุณสามารถเดินทางได้สะดวก อาจจะอยู่ใกล้ที่ทำงานหรือใกล้บ้านรวมถึงเป็นคลินิกที่มีความสะอาด มีความน่าเชื่อถือของทั้งอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และแพทย์

3.ค่าใช้จ่ายในการ จัดฟัน

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

การ จัดฟัน ในแต่ละบุคคลจะมีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน ทั้งช่วงก่อนจัดฟันกับตอนเริ่มจัดฟัน เพราะการถอนฟันหรือดูแลรักษาฟันก่อน จัดฟัน ของแต่ละคนก็มีการถอนฟันและใช้เวลาดูแลฟันไม่เท่ากัน ขณะที่เคสในการดัดฟันด้วยเหล็กดัดฟันของแต่ละคนก็มีความยากง่ายไม่เท่ากัน ระยะเวลาจึงต่างกัน แต่ก็สามารถคำนวณได้คร่าวๆว่า อยู่ที่ประมาณ 3-5 หมื่นบาท ซึ่ง คลินิกจัดฟัน แต่ละแห่งจะมีโปรโมชั่นต่างกัน บางแห่งให้จ่ายเป็นงวดๆ บางแห่งจ่ายเป็นก้อน บางแห่งจ่ายทุกเดือน คุณสามารถเลือกได้ตามความสะดวก

4. เตรียมตัวจัดฟัน

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

เมื่อได้ คลินิกจัดฟัน และเตรียมเงินค่าใช้จ่ายเรียบร้อย ขั้นตอนต่อมาคือการ เตรียมตัวจัดฟัน เริ่มตั้งแต่การถอนฟัน การรักษารากฟัน การขูดหินปูน ไปจนถึงการพิมพ์ฟัน ซึ่งระหว่างนี้คุณก็ต้องดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากให้ดี รวมถึงทำตามคำแนะนำของหมอและเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

5.เริ่ม จัดฟัน

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

สิ่งที่ทุกคนต้องเจอเมื่อเริ่มต้นการ จัดฟัน ก็คือความเจ็บปวดในช่องปาก ทั้งปวดฟัน ปวดเหงือก รู้สึกตึงไปทั้งปาก ฟันไม่สบกัน เคี้ยวอาหารยาก เหล็กทิ่มช่องปาก เหล่านี้ต้องใช้ความอดทน อาการปวดตึงจะหายไปใน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นคุณจะรู้สึกชินไปเอง หากปวดมากๆสามารถทานยาแก้ปวดได้ ถ้ากัดปาก ตัวเองจนเป็นแผล หรือเหล็กทิ่ม ให้ใช้ยาทาแผลในปากป้าย พยายามทานอาหารอ่อนๆ ไม่ทานอาหารที่มีความแข็งหรือเหนียว บ้วนปากบ่อยๆ พกไม้จิ้มฟันเพื่อจัดการเศษอาหารที่ติดเหล็กดัดฟัน และการแปรงฟันต้องใช้เวลามากกว่าคนทั่วไป

ควรเริ่มจัดฟันเมื่อใด ถ้าอยากจัดฟัน

การจัดฟันเป็นวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนไข้ทุกช่วงวัยไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวันทำงาน ก็เลือกวิธีนี้ในการรักษาปัญหาฟันต่าง ๆ อาทิเช่น ฟันห่าง ฟันยื่น ฟันซ้อน ฟันสบกัน ซึ่งปัญหาฟันเหล่านี้สร้างความลำบากเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเคี้ยวอาหารทำให้มีคนฟันผุและเป็นโรคอื่นจากการเคี้ยวข้าวไม่ละเอียดทำให้เศษอาหารไปติดซอกฟันได้ และบางคนเสียความมั่นใจเนื่องจากยิ้มไม่สวย เพราะฉะนั้นควรจะเลือกจัดฟันดีที่สุด แต่ควรจะเริ่มจัดฟันในช่วงอายุเท่าใดจึงจะทำให้ได้ผลดีที่สุด

ช่วงอายุและวัยที่เหมาะสำหรับการจัดฟัน

แม้ว่าการจัดฟันจะสามารถทำได้ทุกคน และทุกวัยแต่ต้องเป็นคนที่มีปัญหาทั้ง 7 แบบ ได้แก่ปัญหาฟันสบกัน ฟันซ้อน ฟันห่าง ฟันกัดคร่อม ฟันล่างยื่น ฟันบนยื่น ฟันกัดเบี้ยว ซึ่งจะต้องทำการรักษาด้วยวิธีการจัดฟันเท่านั้น ช่วงอายุที่เหมาะสำหรับการจัดฟันคือ 18 ถึง 20 ปี หรือวัยรุ่น เป็นช่วงที่ร่างกาย กระดูกและฟันกำลังเจริญเติบโตเต็มที่ทำให้การปรับรูปร่างฟันนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่าในวัยอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วได้มีการวิจัยว่าช่วงอายุที่เหมาะสำหรับการทำฟันมากที่สุด คือ วัยเด็ก เพราะเป็นช่วงวัยที่กำลังจะเจริญเติบโตและช่วงวัยเด็กจะทำให้ฟันนั้นเรียงตัวกันสวยงามเป็นธรรมชาติมากกว่าวัยรุ่นหรือวัยทำงาน

การจัดฟันของแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างไร

การรักษาปัญหาฟันด้วยการจัดฟันนั้นของแต่ละช่วงวัยนั้นจะมีความแตกต่างกัน เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับฟันที่แตกต่างกัน รวมไปถึงระยะเวลาที่ใช้ รูปแบบของฟัน

  • วัยเด็ก

สำหรับวัยเด็กที่จะได้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีการจัดฟันนั้น จะต้องมีฟันหน้ายื่นมากกว่าปกติ การที่เด็กมีปันหน้ายื่นมากกว่าปกติจะทำให้เสียบุคลิกภาพ ทำให้ผู้ปกครองมักจะพามาทำการรักษาด้วยวิธีการจัดฟันและจะใช้เวลาในการจัดไม่นาน เนื่องจากร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ทำให้การจัดรูปแบบของฟันนั้นสามารถทำได้ง่าย และยังรวมไปถึงปัญหาฟันห่าง ปัญหาการสบฟันที่ผิดปกติถ้าหากตรวจพบตั้งแต่ในช่วงวัยเด็กก็ควรจะทำการรักษาด้วยการจัดฟันทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในระยะยาว

  • วัยรุ่น

จะเป็นได้ว่าช่วงวัยนี้จะทำการจัดฟันมากกว่าช่วงวัยอื่น เพราะความเชื่อที่ว่าการจัดฟันในช่วงวัยนี้จะช่วยให้ฟันเข้ารูปได้ง่ายและรวดเร็วกว่า อีกทั้งยังเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมมากที่สุด เพราะฟันทุกซี่จะเป็นฟันแท้และมีความถาวรมากกว่าในช่วงวัยเด็ก เมื่อทำการปรับรูปฟันในช่วงวัยนี้จะช่วยให้รูปแบบมีความคงทน ถาวรมากที่สุด

  • วัยทำงาน

สำหรับในช่วงวัยนี้ก็สามารถทำการจัดฟันได้ ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกจัดฟันเพื่อความสวยงามและแก้ไขรูปร่างของฟันเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีฟันแท้ครบและบางคนอาจจะเกิดฟันผิดรูปจึงต้องจัดฟันใหม่เพื่อให้เข้ารูปกับเหงือกเพิ่มขึ้น แต่ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่าในช่วงวัยอื่น

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อต้องการจัดฟัน

คนที่จะเริ่มจัดฟันนอกจากจะต้องมีช่วงวัยที่เหมาะสมและมีปัญหาฟันทั้ง 7 รูปแบบแล้วยังมีสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนที่จะเริ่มจัดฟันด้วย สามารถศึกษาได้จากบทความนี้

  • คลินิกที่จะทำการจัดฟัน

สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการเลือกคลินิกที่ดีและมีมาตรฐาน เนื่องจากการจัดฟันนั้นจะต้องติดตั้งเครื่องมือชนิดพิเศษตามประเภทที่คนไข้เลือกไม่ว่าจะเป็นเหล็ก เซรามิก ดามอน หรือประเภทใสก็จะถูกติดตั้งด้วยเครื่องมือเฉพาะเท่านั้น เพราะฉะนั้นการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานก็ช่วยให้ได้รับการรักษาที่ดีและสุขภาพภายในช่องปากก็จะได้รับการดูแลตามไปด้วย มีคนจำนวนมากที่เลือกจัดฟันกับคลินิกไม่ได้มาตรฐานและทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ทั้งฟันล้ม รากฟันเน่า เป็นต้น

  • เงินที่จะใช้ในการจัดฟัน

คนที่จำเริ่มจัดฟันจะต้องทำการปรึกษาทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบว่าฟันของตนเอง ควรจะเลือกจัดฟันตามประเภทใดและต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ถ้าหากเลือกจัดแบบเหล็กหรือโลหะจะต้องใช้เงินทุนมากถึง 40,000 ถึง 60,000 บาท แบบเซรามิกจะมีราคาตั้งแต่ 50,000 ถึง 65,000 บาท และถ้าหากเป็นแบบดามอนและแบบใสจะมีราคาที่สูงเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นจะต้องตรวจสอบค่าใช้จ่ายก่อนที่จะเริ่มจัดฟันแม้ว่าไม่ได้จ่ายเงินทั้งหมดก็ตาม

  • ความอดทนต่อความเจ็บปวด

คนไข้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีการจัดฟันจะต้องทำใจยอมรับต่อความเจ็บปวด ตั้งแต่การติดตั้งเครื่องมือไปจนถึงติดตั้งเครื่องมือจนเสร็จ หลังจากที่ยาชาหมดฤทธิ์ก็ต้องดูแลช่องปากของตนเอง ถ้าหากเกิดอาการเจ็บหรือปวดบริเวณฟันก็ต้องรับประทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าการจัดฟันจะสามารถทำได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อีกทั้งยังมีวิจัยที่สนับสนุนให้เห็นแล้วว่าการจัดฟันในช่วง 6-8 ปี หรือไม่เกิน 10 ปีนั้นจะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี และฟันมีการเรียงตัวสวยงามตามธรรมชาติ แต่ทางที่ดีควรจะจัดในช่วงวัยรุ่นจะดีที่สุดเพราะเริ่มเป็นฟันแท้ทั้งหมดและมีความคงทน ถาวรมากกว่า ถ้าหากเลยช่วงวัยนี้ก็สามารถทำการจัดได้ แต่อาจจะได้รับผลที่ไม่เต็มที่ และอาจจะมีประสิทธิภาพที่ลดลง ได้เพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น

6.ไปหาหมอฟันตามนัด

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

เมื่อผ่าน 2-3 เดือนแรกไป คุณจะเริ่มชินกับการใส่เหล็กดัดฟัน หลังจากนี้ก็มีความสนุกเล็กๆในการเลือกสียาง จัดฟัน สวยๆ แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือการพยายามไปหาหมอฟันตามนัดเป็นประจำทุกเดือนถ้าเป็นไปได้ไม่ควรขาด เพราะจะยิ่งทำให้การ จัดฟัน ของคุณนานขึ้นไปอีก และอาจเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่คุณหมอจัดฟันจะมีคิวว่างแค่เดือนละไม่กี่วัน ดังนั้นคุณต้องเคลียร์คิวทุกอย่างให้กับการ จัดฟัน เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ

7.หลัง จัดฟัน

เตรียมตัวจัดฟัน จัดฟัน ดัดฟัน PLUS Dental Clinic

ขอบคุณภาพจาก Facebook

หลังการ จัดฟัน เมื่อถอดเหล็กดัดฟันออก ทุกคนจะได้รีเทนเนอร์มาใส่ ซึ่งมีความยุ่งยากตรงที่การต้องถอดเข้าถอดออกทุกครั้งที่ทานอาหาร แต่ทุกคนก็ต้องทำตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด กับการใส่รีเทนเนอร์ให้เป็นประจำ ตามระยะเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้น ไม่นานฟันคุณก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนตอนก่อน จัดฟัน อีก

หากมีข้อสงสัย เกี่ยวกับเรื่องการจัดฟัน สามารถ Add Line มาสอบถามกันได้เลยนะครับ PLUS Dental Clinic มีทีมงาน เพื่อตอบทุกข้อ ที่คุณสงสัยเลยครับ

จัดฟัน ครั้งแรก

จัดฟัน ดัดฟัน ผ่าฟันคุด จัดฟันครั้งแรก จัดฟันแบบใส รีเทนเนอร์ ไว้ใจเรา PLUS Dental Clinic คลินิกทันตกรรม มาตรฐานระดับสากล ในราคาที่คุณประทับใจ พร้อมปรึกษาจัดฟันฟรี  ที่ www.plusdentalclinic.com/bookingcourse

ลงทะเบียนรับโปรโมชั่นฟรี!

Leave a Reply

Your email address will not be published.

19 − sixteen =